Part 79 >> ซิกเซ้นส์ !?

posted on 01 Nov 2010 17:49 by noritz68
    2 อาทิตย์ผ่านไป ~ 

            [ZEN Part]

        

            ไม่อยากชื่อว่าการเป็นคนของศิลปินมันจะลำบากขนาดนี้ T^T พวกเรามีงานกันทั้งกลางวันและกลางคืน ไอ้ผมน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ 3 วันสุดท้ายนี้แบบ...สุดๆ อ่ะ =[ ]=!!

            “โอ๊ย! เหนื่อยโคตร” เสียงบ่นของคุณหนูวาโยทำให้ผมรำคาญกว่าเดิม

            คือไม่มีใครเชิญป๊าแกมาเลย (แอบเขินเรียก ป๊า ><) แต่บังเอิญว่าโลกนี้สร้างปูซีเมนต์ไว้ฉาบหน้าแฟนของผมเป็นพิเศษ ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป มันมานั่งๆ นอนๆ กินๆ เดินๆ ทำหน้าหล่อไปวันๆ (อันหลังไม่เกี่ยว)


            “ขอหนุนตักหน่อยสิม๊า”

            ไม่ต้องรอให้ผมตอบ ศีรษะที่ปกคลุมด้วยเรือนผมสีน้ำตาลไหม้ก็วางบนตักผมเรียบร้อย


            พี่เก่งเองก็ฮอตไม่แพ้กัน เพราะเขาเป็นทั้งเรียนหมอ ทั้งดารา มันเลยค่อนข้างหนักนิดนึง แต่คนบ้า...!! เวลาว่าง (โดยเฉพาะเวลากลางคืน) ก็ชอบจัดกิจกรรมในร่มผ้าอยู่เรื่อย =_= เล่นเอาซะผมแทบไม่เป็นอันพักผ่อน

            “เพิ่งกลับเหรอไอ้เก่ง?” พี่โตโน่เดินออกมาหยิบขวดน้ำแล้วโยนให้พี่เก่ง

            หมับ~ พี่เก่งรับไว้อย่างแม่นยำ สองหนุ่มนี่เขารู้ใจกันดีจริงๆ รับ-ส่งกันดีอย่างกับวิ่งผลัด

            “งานอีเว้นท์คราวนี้คนเยอะมากๆ เฮ้อ...เกือบเอาชีวิตรอดกลับมาหนุนตักม๊าไม่ได้นะ รู้มั้ย”

            งานหน้าบอกแฟนคลับให้รุมมันเลยดีกว่า ^(+++)^

            “แล้วนี่ริทไปไหนล่ะเนี้ย!?” คุณพี่ลิงเริ่มเอามือป้องใบหน้าหาสกั๊งค์ลายจุดซะแล้ว (ม๊าปากร้ายอ่ะ)

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก~

            “พี่เก่งลุกสิ! เดี๋ยวเซนจะไปเปิดประตู”

            “ไม่ต้องหรอกเซน เดี๋ยวพี่เปิดเอง เผื่อริทจะกลับมาแล้ว” พี่โตโน่วางแก้วน้ำลงแล้วเดินไปเปิดประตู ผมหันหลังมองตามแผ่นหลังคนตัวสูง ทำไมใจผมมันเต้นแปลก...ทำไมความรู้สึกของผมมันบอกว่าจะมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น? หรือผมคิดมากไปเอง? เป็นไปไม่ได้...แต่ผมเชื่อซิกเซ้นส์ตัวเอง!

            “เป็นอะไรไป ทำไมทำหน้าแบบนั้น” มือนุ่มยกขึ้นมาไล้ตามโครงหน้าของผมอย่างเป็นห่วง

            “เซนแค่รู้สึกไม่ค่อยดี เหมือนจะมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น...”

            “ช่วงนี้เราไม่ได้ผ่อนคลายกันล่ะมั้ง ม๊าก็เลยเครียด”

            “ไม่ใช่!” ผมโผลงขึ้นเมื่อหัวใจผมเต้นตุ๊บๆ ไม่เป็นจังหวะ

            “งั้นเดี๋ยวพี่พาไปพักนะ” พี่เก่งยันตัวเองขึ้นแล้วช้อนตัวผมไว้แนบอก ผมเหวอทันทีเมื่อพี่เก่งอุ้มผมเข้าห้องนอน! ซวยแล้วเซน T^T

            “สงสัยเครียดจริงด้วย หน้าซีดใหญ่เลย”

            เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ แล้ววางร่างของผมไว้บนเตียงแล้วค่อยๆ รุกจูบผมโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว นิ้วเรียวเผลอสอดเข้าไปขยุ้มเรือนผมสีน้ำตาลไหม้อย่างเคลิบเคลิ้ม

            “อ๊ะ...” ผมครางขึ้นเมื่อริมฝีปากกำลังดูดุนจุดบนแผ่นอกผมอย่างกระหาย

            “พะ..พี่...เก่ง..” เสียงผมขาดหายเป็นห้วงๆ เพราะมือนั้นไล่ลงไปปลดกางเกงผมออกก่อนจะปรนเปรอผมด้วยสัมผัสที่อ่อนโยน เพื่อให้ผมเกิดอารมณ์ร่วม...และเขาทำมันได้สำเร็จ สังเกตจากยอดอกของผมเริ่มแข็งเป็นไต บางอย่างของผมที่กำลังชูชันขึ้นได้ไม่นานก็ถูกครอบเอาไว้ในโพลงปากเสีย แล้ว...

            “อ๊ะ! อ๊าๆ! อย่าแรงสิ อ๊า!” ผมส่งเสียงครางสยิว

            “ยังสวยแล้วก็แน่นเหมือนเดิมเลยนะ อา...”

            “อ๊ะ! ตรงนั้น...อ๊า!!

            สติของผมแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง เรื่องที่กังวลเมื่อสักครู่ละลายหายไปกับสัมผัสร้อนแรงที่แทรกเข้ามาในกาย ของผม จังหวะการขยับที่ตอนแรกช้าเนิบๆ กลับกลายเป็นจังหวะที่กระแทกลงมาถี่ๆ สะโพกของร่างเล็กแนบชิดกับแก่นกายที่ยังพองคับแข็งขันในกายของผม ...ยิ่งพอสัมผัสอุ่นๆ เคลื่อนเข้ามาในร่างยิ่งทำให้ผมลืมทุกอย่าง...

            คิดแค่ว่าบนโลกนี้มีแค่เราสองคนที่มอบบทรักให้กันและกันเท่านั้น

Part 78 >> สัญญาด้วยหัวใจ ❤

posted on 01 Nov 2010 17:45 by noritz68


            [TONO Part]


            วันรุ่งขึ้น

            และด้วยคำยุยงของไอ้เก่ง ทำให้ผมต้องมายืนคอตกอยู่หน้าห้องของริท ใช่ครับ ผมออกมาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ซึ่งผมก็สวนกับไอ้เทวรุจที่เพิ่งออกไป โชคดีที่มันไม่เห็นผม

            แกร๊ก!

            ผมหมุนลูกบิดช้าๆ พบเพียงร่างเล็กนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง ผมยืนพิงขอบประตูมองคนตัวเล็กอย่างมีความสุขก่อนจะปิดประตูลงแล้วเตียมตัว กลับคอนโด

             จะกลับง่ายๆ แบบนี้เหรอวะ...ผมมองประตูก่อนจะเปลี่ยนแถบการเยี่ยมของริท

            “เปลี่ยนเป็น งดเยี่ยม ผู้ป่วยต้องการพักผ่อน ซะเลย” จะได้ไม่มีคนมารบกวนเรา

            ผมตัดสินใจเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับล็อคประตูเอาไว้ป็นการป้องกันสองชั้น

            “ริท...” ผมเรียกชื่อคนตัวเล็กเบาๆ ก่อนจะจูบกลีบปากบางเบาๆ ก่อนที่ริทจูบตอบด้วยสัญชาตญาณ เพราะโดนผมจูบบ่อย จนกลายเป็นคนจูบเก่งไปซะแล้ว

            “อะ..อือ..” ริทครางอือ เมื่อผมเลื่อนใบหน้าไปเม้มที่ต้นคอระหงเบาๆ

            “พี่รักริทนะ” ผมกระซิบก่อนจะเปลี่ยนท่าไปเป็นคร่อมคนตัวเล็กที่กำลังหลับไม่รู้เรื่องแทน

 


            ผมรู้ นี่มันโรงบาล

            ผมรู้ ว่าตอนนี้ริทป่วย...แล้วไง?

            “อ๊ะ!” ร่างบางครางอย่างตกใจเมื่อรู้สึกถึงเสื้อที่เริ่มหลุดออกจากกาย ทั้งๆ ที่ความหนาวจากเครื่องปรับอากาศน่าจะทำให้ขนลุกซู่ แต่คนตัวเล็กกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ก็แหงล่ะ ผมกอดเจ้าริทแน่นเลยนี่

            “อ๊า...อ๊ะ!” ผมขบเม้มยอดบนเนินอกทั้งสองข้างอย่างเมามัน ค่อยๆ กัดตรงปลายมันทีละนิดแล้วใช้ลิ้นอาบน้ำลายโลมเลียทั่วบริเวณนั้น ก่อนจะลากลิ้นลงมาจนถึงขอบกางเกง...

            แต่ก่อนที่ผมจะทำอะไรไปมากกว่านั้น มือเรียวก็ตะครุบฝ่ามือที่กำลังจะปลดกางเกงเขาออกเสียก่อน

            “ลามก” ริทเอ็ดเบาๆ

            “ก็พี่อดใจไม่ไหวนี่ครับ” ผมตอบด้วยน้ำเสียงออดอ้อนแต่ก็ไม่ยอมลุกออกจากการคร่อมคนตัวเล็กสักที ผมประคองใบหน้าริทขึ้นมาก่อนที่ริมฝีปากเราจะประกบแลกน้ำลายเป็นการชดเชย สำหรับเรื่องเมื่อวานนี้

            “อ๊ะ! อย่า...” ริทจิกไหล่ผมเบาๆ เมื่อเห็นว่ามือของผมเริ่มไม่อยู่สุข บีบเคล้นส่วนเว้าด้านหลัง

            “ก็ได้ๆ พี่เห็นว่าริทไม่สบายอยู่หรอกนะ ไม่งั้น...ไม่หยุดแค่นี้หรอก”

            ริทเขินหน้าแดงก่ำ จนทำให้ผมอดจรดจมูกลงบนหน้าผากมนไม่ได้ นั่นไงความเนียนของผมกำเริบ สังเกตได้จากปลายจมูกที่ไล้ลงจากที่เปลือกตา ไล้ตามโครงหน้า และสูดเอาความหอมจากซอกคอที่มีรอยแดงเป็นจ้ำๆ อยู่

            “แน่ะ! อีกแล้วนะพี่โน่”

            “ถ้าริทไม่ห้ามพี่กู่ไม่ลับจริงๆ นะเนี้ย” ผมยิ้มล้อเลียนก่อจะลดตัวลงมานั่งเก้าอี้ข้างเตียงเหมือนเดิมแต่ก็ยังกุมมือ เล็กไว้อยู่

            “รู้ได้ไงว่าเป็นพี่?”

            “ก็คนที่ชอบฉวยโอกาสอยู่ตลอดเวลามีแค่พี่นั่นแหละ”

            “ใครจะไปแสนดีแบบ...อ๊ะ!” ผมเบิกตาโพลงเมื่อริทโฉบเข้ามาปิดริมฝีปากของผมด้วยรสจูบหวานๆ

            “ตอนนี้มีแค่ริทกับพี่โตโน่...อย่าเอาคนอื่นมายุ่งได้มั้ย?”

            ตอนแรกผมคิดว่าริทก็ยังตัดใจจากไอ้เทวดารุจไม่ได้ แต่หลังจากที่ริทยืนยันกับผมว่ามันเป็นแค่ คนอื่น แล้ว ผมก็สบายใจขึ้นเยอะ เพราะนี่เป็นสิ่งยืนยันได้ว่า...ริทรักผมคนเดียว แต่แค่มีเหตุผลบางอย่างที่ริทยังไม่ยอมบอกผมสักทีว่าทำไมต้องยอมมันด้วย

            ซึ่งผมก็ขอเป็นพระเอกที่จะไม่ก้าวก่ายเรื่องของริทจนเขาอึดอัด

            “แล้วนี่ไม่โกรธพี่แล้วเหรอ?” ผมถามขึ้น

            “ริทไม่เคยโกรธพี่โตโน่เลยนะ แต่ที่ริทตบหน้าพี่...เพราะริทไม่ต้องการให้เขาไปยุ่งกับพี่หรือคนอื่นอีก”

            “ริทครับ” ผมจูบที่หลังมือเรียวเบาๆ “ตราบใดที่พี่ยังอยู่ตรงนี้ริทไม่ต้องกลัวอะไรนะ พี่จะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรคนที่พี่รักเด็ดขาด ไม่ว่าใครหน้าไหนทั้งนั้น...”

            ผมเอามือเรียวมาแนบใบหน้า ริทรั้งผมเข้าไปกอดและมีเสียงสะอื้นนิดๆ

            “ริทอาจจะยังไม่ใช่คนของพี่แบบเต็มตัว...แต่ริทรู้มั้ย...ว่าพี่เป็นคนของริทตั้งแต่ที่พี่พูดคำว่ารักออกไปแล้ว”

            “ฮึก...ริทขอโทษนะ” คนตัวเล็กผละออกแล้วแตะที่รอยแดงบนใบหน้าของผม ผมส่ายหน้าเบาๆ แล้วเอื้อมมือไปลูบเรืยนผมที่ไม่ยาวมากนักแต่กลับนุ่มเหมือนผ้าแพรชั้นดี

            “พี่ก็ไม่โกรธริทเหมือนกันครับ”

            “พี่โตโน่อย่าทิ้งริท อย่าทิ้งริทไปไหนนะ...”

            “ริท...พี่ทิ้งหัวใจตัวเองไม่ได้...” ผมบอกแล้วดึงคนตัวเล็กมากอดแนบอก

            .

            .

            “ริทรักพี่โตโน่นะ”

            ไม่ว่าริทจะมีเหตุผลอะไรพี่รับได้เสมอ...ขอแค่ริทยังยืนยันคำเดิม...คำว่ารัก...

            “พี่รักริท...แล้วก็จะรักจนวันสุดท้ายที่พี่ยังหายใจ”

            ...พี่ก็พร้อมจะใช้ทั้งชีวิต...ไว้ปกป้องริทจากอันตรายทั้งปวง

            .

            .

            “พี่ต้องสัญญานะว่าจะไม่ทำให้ริทเสียใจอีก ฮึก...”

            ไม่ว่าคนทั้งโลกจะสั่งให้ริทเลิกกับพี่...ขอแค่ริทเชื่อใจพี่...อยู่ข้างๆ พี่...

            “สัญญา...ถ้าพี่ยังมีลมหายใจ...พี่จะไม่ยอมให้ใบหน้าของริทเปื้อนน้ำตาเด็ดขาด”

            ...พี่ก็พร้อมที่จะกุมมือริทเดินผ่านอุปสรรคทุกอย่าง

            .

            .

            ขอแค่มีผู้ชายที่ชื่อริท...ขอแค่มีคำว่าเรา...

Part 71 >> เริ่มพูดความจริง

posted on 23 Oct 2010 21:59 by noritz68

 

            [ICE Part]

            แปลก...

            ทำไมผมไม่รู้สึกเป็นห่วงพี่ริทเลยนะ ทั้งๆ ที่ผมควรจะวิ่งไปดูก่อนพี่โน่เป็นประจำ 

            ทำไมผมถึงไม่อยากปล่อยมือคนข้างๆ เพื่อไปหาพี่ริท ทั้งๆ ที่ผมน่าจะทิ้งเขาไว้โดยไม่แยแส

            “เป็นอะไรเหรอไอซ์”

            เสียงพี่กันปลุกผมขึ้นจากภวังค์ ผมมองคนข้างๆ แล้วอดยิ้มไม่ได้

            “อ๊ะ!” ผมสะดุ้งแล้วขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง ทำไมต้องยิ้มแบบมีความสุขล่ะ?

            พี่กัน...แค่ผมอยู่ใกล้ๆ พี่ผมก็สามารถยิ้มได้แล้วเหรอ?

            “เป็นอะไรหรือเปล่าไอซ์” เขาเพิ่มน้ำเสียงมากขึ้น

            “บัน...”

            “ฮะ??”

            “บันว่ารักแกบ แบบว่ารัก กัน ^O^

            “บ้า!” เขาทุบอกผมสองสามที

            ผมฉีกยิ้มแล้วโอบไหล่พี่กันมานั่งที่ชานไม้ ตอนนี้เป็นเวลาพักเพราะพี่ริทอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ครูแหม่มเลยสั่งพักด่วน ผมนั่งลงข้างพี่กันแล้วเอนหัวไปซบไหล่เขาเฉย

            “จะมาอ้อนอะไรอีกล่ะ” เขาถามอย่างรู้ทัน

            ...พี่กันน่ะ รู้ใจผมไปซะทุกเรื่อง

            “แค่อยากใช้เวลาอยู่กับพี่นานๆ ...” ผมพูดพลางเปลี่ยนท่ามาหนุนตักนุ่มๆ

            “ไอซ์...” พี่กันครางเสียงแผ่วก่อนจะใช้มือลูบเส้นผมที่ปกคลุมศีรษะของผมไปพลางๆ

            “ถ้าวันนึงพี่ทำอะไรที่ผิดมากๆ ...ไอซ์จะเกลียดพี่มั้ย?”

            ...พี่กันครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมก็คงตอบว่า ไม่เกลียด ...แต่คำตอบมันก็เป็นเพียงคำโกหกของเด็กเลี้ยงแกะคนนึง แต่ในวันนี้ ณ เวลานี้ ผมก็ขอยืนยันคำตอบเดิม...

            “ผมไม่มีวันเกลียดพี่”

            พี่คงจะคิดว่ามันเป็นการหลอกลวงเหมือนเช่นเคย แต่พี่จะรู้มั้ย...

            ...ว่าผมเริ่มพูดความจริงกับพี่มาตั้งนานแล้ว

            [End ICE Part]

           

            [GUN Part]

            “ผมไม่มีวันเกลียดพี่”

            ...แต่พี่อยากให้ไอซ์เกลียดพี่...เกลียดพี่ให้มากๆ

            .

            .

            .

            ผมฉุกคิดอะไรบางอย่าง ที่เขาพูดมามันก็เป็นแค่การโกหกเท่านั้นแหละ เชื่อถือไม่ได้

            “แต่ไอซ์แค่ไม่รักพี่ใช่มั้ย?”

            “พี่กัน...” ไอซ์ครางเบาๆ แล้วเลื่อนมือขึ้นมาประคองใบหน้าผมให้สบตาเขา

            “ไม่เป็นไรหรอก ไอซ์ถือซะว่าพี่ไม่ได้พูดแล้วกันนะ..ฮึก”

            นี่เหรอเสียงคนจะแก้แค้น? ไอ้กัน! มึงเลิกทำตัวแบบนี้ได้แล้ว

            “แต่พี่ขอถามอะไรอย่างนึงก่อนที่ทุกอย่างมันจะจบลง....”

            “ความรู้สึกของไอซ์ต่อพี่ในตอนนี้มันมากขึ้นจากเมื่อก่อนหรือเปล่า?”

            [End GUN Part]

 

            [ICE Part]

            “ความรู้สึกของไอซ์ต่อพี่ในตอนนี้มันมากขึ้นจากเมื่อก่อนหรือเปล่า?”

            หลังจากจบคำถามของพี่กันผมก็รู้สึกถึงสัมผัสชื้นที่หยดแหมะลงบนใบหน้าของผม ผมโน้มท้ายทอยของพี่กันลงมาก่อนจะประกบริมฝีปากเบาๆ ผมถอนจูบออกโดยที่ปลายจมูกของเรายังแตะกันอยู่

            ที่พี่ไม่ยอมถามผมตรงๆ ว่า ไอซ์รักพี่บ้างหรือเปล่าเพราะพี่กลัวเจ็บใช่มั้ยพี่กัน?

            ยิ่งพี่รักผมมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งอยากฆ่าตัวเองให้ตายเท่านั้น...

            “มากขึ้นสิ...”  ผมตอบยิ้มๆ แล้วบดขยี้ริมฝีปากบางด้วยสัมผัสที่มอบให้

            ลิ้น ร้อนตวัดเกี่ยวตักตวงความหวานก่อนที่ลิ้นเรียวจะดันอีกฝ่ายออกมาแต่ก็ไม่มี ทีท่าว่าจะหยุดลงเพียงเท่านั้น...เพราะร่างสูงเปลี่ยนจากท่าหนุนตักยันตัว เองขึ้นคร่อมร่างเล็กไว้ก่อนจะลูบไล้แผ่นหลังของคนตัวเล็กเป็นสัญญาณบอกความ ปรารถนาของเขา ร่างบางครางอือเมื่ออาภรณ์ถูกปลดเปลื้อง...ริมฝีปากร้อนขบเม้มแสดงความเป็น เจ้าของทั่วแผ่นอก

            “อ๊ะ...พะ...พอเถอะไอซ์...”

            “อย่ากวนสิ” คนอายุอ่อนกว่าดุร่างบางอย่างเอ็นดูแล้วโน้มใบหน้าลงดูดดุนปลายปถุมถันจนเริ่มแข็งตัว

            “อ๊า! อ๊ะ...แฮ่ก...พะ..พี่ต้อง อือ~ ขึ้นคอนเสิร์ตนะ..อ๊า~

            “ดีซะอีก อ๊า! จะ..ได้ออกกำลังกายก่อนขึ้นไง อืออออ~

            สองร่างมอบสัมผัสรักแลกเปลี่ยนกันจนทั้งคู่เหนื่อยหอบนอนกองกับชานไม้ซุกอ้อมกอดของกันและกัน

            “เหนื่อยเหรอ” ถามเสียงเบาพลางใช้ริมฝีปากจูบซับเหงื่อที่ผุดออกมาจากหน้าผากมนของพี่กันแล้วโอบร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน

            “อือ...นี่มันก็ค่ำแล้วพี่ว่าเรารีบแต่งตัวกันเถอะ” พี่กันตอบรับก่อนจะควานเอาเสื้อเชิ้ตมาสวม ในขณะที่เขากำลังติดกระดุมผมก็สวมกอดคนตัวเล็กแล้วเอาคางเกยไหล่บางไว้ก่อนจะระดุมจูบพวกแก้มนุ่มหลายที

            “อา...ชื่นใจชะมัด ^___^

            “รีบไปแต่งตัวได้แล้ว...ป่านนี้ทุกคนรอทานข้าวหมด...ริทก็คงรอนาย” พี่กันพูดเสียงแผ่ว

            “พี่กัน...”

            [End ICE Part]

 

            [GUN Part]

            นี่คงหมดหน้าที่ของเราแล้วสินะกัน...ฮึก

            แค่เป็นที่ระบายอารมณ์ทางเพศให้เขา พอเสร็จเขาก็จะกลับไปหาคนที่เขารัก

            “พี่กัน...”          ไอซ์ครางเบาๆ แต่มันก็มากพอที่ผมจะได้ยินเพราะเขาอยู่ใกล้ชิดผมมาก

            “พี่เข้าใจฐานะของตัวเองดีไอซ์ ไม่ต้องกังวล” ผมบอกแล้วขยับกายเบาๆ เพื่อสะบัดไอซ์ให้หลุด

            ฐานะ...ที่เรียกว่า นางบำเรอน่ะ...พี่รู้ซึ้งกับความหมายของมันดี

            “นึกเหรอว่าผมไม่รู้ว่าพี่คิดอะไรอยู่น่ะ!” นอกจากเขาจะไม่ปล่อยผมแล้วยังโอบรัดแน่นกว่าเดิมอีก

            “ปล่อยเถอะไอซ์...”

            “ผมแค่จะบอกว่ามันไม่ใช่อย่างที่พี่คิดเลยซักนิด เพราะพี่น่ะ...พี่น่ะ...”

            ผมหยุดดิ้นแล้วรอฟังคำที่เขาจะพูด แอบหวังลึกๆ ว่าเขาจะพูดคำนั้นออกมา

            “พี่สำคัญกับผมมากกว่านั้นเยอะ”

            สุดท้ายเขาก็ไม่พูดมัน...

            มึงจะหวังอะไรวะไอ้กัน! ยังไงชาตินี้...เขาก็ไม่มีวันพูดมันออกมาจากใจหรอก!!

            [End GUN Part]

-------------------------------

กลับไปเม้นด่วนเลยยยยยยยยยยยยยยยยยย !!!