Special Part เก่งเซน
posted on 21 Aug 2010 10:31 by noritz68Special Part
แล้วเราก็รักกัน...
*45
“เซน...” ร่างสูงเรียกคนตัวเล็กเบาๆ ปฏิภาณเงยหน้าจากการบ้านมหาศาลขึ้นมามองหน้าคนรักด้วยความสงสัย
“ครับ พี่เก่ง” ร่างเล็กเอียงคอสงสัยเมื่อจู่ๆ แฟนหนุ่มก็ขอมาพักด้วยทั้งๆ ที่ปกติเขาเกลียดการนอนห้องแคบๆ แบบนี้จะตาย แม้วาโยจะออกปากชวนให้ร่างเล็กย้ายไปอยู่กับเขา แต่ก็นะ...ใครจะไปไว้ใจคนอย่างนายวาโยกันล่ะ?
“มานี่ซิ” น้ำเสียงแหบพร่าบอกอย่างเชิญชวน เพราะตอนที่คนตัวเล็กก้มลงทำการบ้าน เสื้อคอกว้างที่เอาไว้ใส่อยู่บ้านมันหย่อนลงมาจนเห็น ‘สิ่งที่น่าสนใจ’ น่ะสิ เมื่อเห็นว่าปฏิภาณไม่ขยับเขยื้อน ร่างสูงจึงย่างเท้าเข้าไปใกล้ๆ
“...พี่เก่ง...จะทำอะไร” เสียงหวานขาดหายเป็นห้วงๆ เมื่อวาโยก้มลงจนจมูกโด่งของทั้งคู่แนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นเป่ารดใบหน้าหวานเบาๆ
“ก็รู้นี่...ว่าพี่จะทำอะไร...” แม้จะผ่านกิจกรรมอย่างว่ามาแล้ว ปฏิภาณก็ยังคงขัดขืนต่อการรุกรานทุกรูปแบบของวาโย เมื่อคนตัวสูงรู้ว่าลูกแมวของเขากำลังจะหนีไป ลำแขนแกร่งก็รีบโอบรัดคนตัวเล็กไว้แน่น ปลายนิ้วนิ่มที่ไม่เคยได้ทำงานหนักเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าปฏิภาณออก จมูกโด่งจรดลงสูดกลิ่นหอมของแป้งเด็กและสบู่อ่อนๆ ตามซอกคอของคนรัก แล้วเลยไปลิ้มรสความหอมหวานของพวงแก้มนุ่ม
“อย่านะ...การบ้านเซนยังไม่..อ๊ะ!” ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก เมื่อริมฝีปากคู่นั้นไล้ลงจนใกล้กลีบปากของเขาเต็มที และสุดท้ายจูบอันแสนหอมหวานก็เกิดขึ้น ร่างสูงที่คุ้นเคยขยับคร่อมคนตัวเล็กไว้และปรับเปลี่ยนองศาในการรับรสอย่างชำนาญ
“พอ..แล้ว...” คนตัวเล็กห้ามปรามอย่างยากลำบากเมื่อมือคู่นั้นปลดกระดุมเสื้อคอกว้างและรูดซิปกางเกงขาสั้นของเขาลงอย่างรวดเร็ว น้ำหนักของทั้งคู่มากพอที่จะทำให้พื้นไม้เก่าๆ ส่งเสียงเอียดขึ้น ปฏิภาณสะดุ้งขึ้นเมื่อรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่
“ฮ่ะ...พอแล้ว...เซนมีการบ้านนะ...”
“อื้ม...มาห้ามอะไรตอนนี้ล่ะ” วาโยพูดกระซิบใบหูนิ่มพร้อมกับขบเม้มมันจนเป็นรอยแดง ปฏิภาณพยายามดันแผงอกแกร่งออกแต่ก็ไม่เป็นผล คนตัวสูงฝังใบหน้าลงซุกไซร้ที่ต้นคอขาวผ่อง
“ไม่เอานะ...เดี๋ยวห้องเลอะ” คนตัวเล็กรวบรวมแรงทั้งหมดดันวาโยออก คนตัวสูงขยับนิดเดียวเท่านั้น แต่ก็ยอมผละออกเพราะเสียอารมณ์ที่จนป่านนี้แล้วร่าบางตรงหน้ายังจะมาเล่นตัวอีก
“ไม่ต้องมานินทาเซนในใจเลยนะ ก็เซนไม่ชอบให้พี่ทำแบบนี้นี่!”
“ตั้งแต่จบเดอะ สตาร์มาพี่ก็นับได้เลยว่าเราทำอะไรแบบนี้กันกี่ครั้ง”
คนตัวสูงลุกขึ้นไปทิ้งตัวเองลงบนเตียงเดี่ยวขนาดเล็กด้วยความหงุดหงิด ปฏิภาณรีบติดกระดุมและรูดซิปแล้วก้มลงทำการบ้านที่คุณครูมอบหมายให้ต่อโดยสายตาคู่นั้นยังคงแอบมองวาโยเป็นระยะๆ คนตัวสูงนั่งกอดอกอยู่บนเตียงอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเลิกงอน
“พี่เก่ง...”
“...”
“พี่ต้องการขนาดนั้นเลยเหรอ”
“เออ!”
“งั้นเซนยอมก็ได้ แค่ครั้งนี้นะ เหวอ!” คนตัวเล็กอุทานเสียงหลงเมื่อสิ้นประโยควาโยก็จัดการช้อนตัวเขาขึ้นแล้วคร่อมไว้บนเตียง กระดุมที่เพิ่งติดไปเมื่อสักครู่ถูกปลดออกอีกครั้ง
“ปลดกระดุมให้พี่สิ” ฟังดูเหมือนเป็นคำเชิญชวนมากกว่าคำสั่ง ปฏิภาณค่อยๆ ไล่เรียวมือมาตั้งแต่โคลงหน้าและแผงอกกำยำ มือเรียวค่อยๆ แกะกระดุมด้วยหัวใจที่เต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ วาโยมองใบหน้าคนรักอย่างมีความสุขแล้วก้มลงจุมพิตด้วยความโหยหา
เมื่อกระดุมเม็ดสุดท้ายถูกปลดออก เสื้อเชิ้ตสุดหรูก็แหวกออกเป็นทางยาวเผยให้เห็นแผงอกขาวเนียนสมกับเป็นทายาทธุรกิจพันล้าน อุ้งมือใหญ่กุมมือเรียวไว้แล้วคว้าให้มาลูบเป้ากางเกงเขาเบาๆ ปฏิภาณเขินหน้าแดงก้มงุดเมื่อสัมผัสถึงความใหญ่โตที่กำลังพองคับขึ้นเรื่อยๆ
และก็เหมือนรู้หน้าที่ คนตัวเล็กรูดซิปปลดปล่อยแก่นกายใหญ่ออกมาให้เป็นอิสระ ยิ่งมีการตอบสนองอย่างดีเช่นนี้มีหรือที่คนอย่างนายวาโยจะปล่อยเวลานี้ให้จบลงง่ายๆ แม้ร่างเล็กจะพยายามไม่มองแต่ในระยะประชิดขนาดนี้ไม่เห็นคงไม่ได้ ฟันขาวเรียงเป็นระเบียบขบเม้มตามซอกคอและแผ่นอกที่แอ่นเข้ารับสัมผัสอย่างดี ปฏิภาณปรือตาอย่างมีความสุขกับการปรนเปรอที่อ่อนโยนอย่างนี้ ริมฝีปากร้อนครอบครองจุดเล็กๆ บนแผ่นอก ข้างหนึ่งถูกบดขยี้ด้วยการดูดดัน อีกข้างหนึ่งถูกเคล้งคลึงด้วยอุ้งมือนุ่ม
คนตัวสูงกุมของของฝ่ายไว้ในอุ้งมือแล้วรูดแก่นกายตัวเองไปพร้อมๆ กัน เขาแอบสังเกตเห็นปฏิภาณครางอื้ออาแต่ก็พยายามทำเสียงเบาๆ เพื่อจะไม่ให้เขาได้ยิน ยิ่งรู้แบบนั้นคนตัวสูงยิ่งอยากจะแกล้งใหญ่ ใบหน้าหวานแดงซ่านลามไปถึงใบหูเล็ก วาโยอดไม่ได้ที่จะขบเม้มด้วยความเอ็นดู
“เซน...อ้า...อ้าปากสิ..”
วาโยพูดปนคราง ร่างเล็กทำตามอย่างว่าง่าย เอนตัวนอนกับพื้นแล้วอ้าปาก แก่นกายใหญ่สอดเข้าไปในโพลงปาก ลิ้นเรียวตวัดชิมความหวานจากปลายของมันอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อวาโยรู้ว่าแก่นกายของเขาพองคับแน่นโพลงปากคนรักแล้วจึงถอนออก มือเรียวแยกขาอ่อนเนียนออกช้าๆ
ลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวชิมรสหอมหวานจากช่องทางที่กระตุกตอบสนองเป็นจังหวะ
“อือออ~ พี่จะ...อ๊ะ! เข้าไปแล้วนะ..อ่า..”
เสียงแหบพร่าพูดปนครางแล้วพลิกตัวคนรัก ร่างบางทำท่าจะกระถดหนี แต่วาโยเคล้งคลึงเอวคอดราวกับผู้หญิงนั้นเพื่อเป็นการปลอบโยน นิ้วเรียวค่อยๆ ชำแรกลงในกลีบกุหลาบ ทุกครั้งที่เขาสัมผัสมันหัวใจของเขาเต้นรัวเหมือนรอคอยมานานแสนนาน
“อ๊ะ! พี่..เก่..ง..อ๊า!”
“เซน...อ๊า!”
คนตัวเล็กครางเสียงสั่นเมื่อวาโยเพิ่มจำนวนนิ้วจากหนึ่งเป็นสอง...จากสองเป็นสาม...จากสามเป็นสี่..
ก่อนจะถึงเวลาที่รอคอย วาโยได้ก้มลงแลกลิ้นกับร่างบางอย่างเร่าร้อน น้ำลายที่ดูน่าขยะแขยงในสายตาคนอื่นตอนนี้กลับเป็นสิ่งที่ร่างเล็กโหยหามากที่สุด ความหวานยังคงติดปลายลิ้นของเขาแม้ว่าวาโยจะผละออกแล้ว
“อ๊ะ! พี่เก่ง ไม่ไหวแล้ว”
ร่างเล็กเผลอครางเสียงสั่น ในมือของเขายังกุมแก่นกายวาโยไว้แล้วรูดถองมันออกช้าๆ เมื่อรู้ว่าร่างเล็กตรงหน้าไม่ไหวแล้ว คนตัวสูงจึงควานมือไปรอบๆ ช่องทางสีสวยเป็นครั้งสุดท้ายแล้วค่อยๆ สอดชำแรกสิ่งที่ใหญ่กว่านิ้วมือหลายเท่าเข้าไปในช่องทางนั่น ร่างเล็กครางไม่เป็นภาษาเมื่อมือของนายวาโยมายึดสะโพกของเขาเอาไว้ให้เหมาะมือแล้วกระแทกลงมาถี่ๆ
“อ๊าา~ อ๊า! อ๊า! พี่เก่ง...อื้อออออ”
“เซน...อ๊ะ! อืมมมม อย่ารัดพี่แน่...น...อ๊ะ!”
วาโยครางเสียงสั่นเมื่อช่องทางนั้นกระตุกเกร็งรัดแก่นกายเขาตามอารมณ์ของร่างบางตรงหน้า ปฏิภาณปรือตาด้วยความเสียวซ่านแล้วค่อยๆ คลายการรัดนั้นออก เป็นการช่วยการขยับของนายวาโยได้มากขึ้น
การบรรเลงบทเพลงรักของทั้งดำเนินไปด้วยความอ่อนโยนสลับกับความร้อนแรงที่ร่างสูงมอบให้
เมื่อเพลิงพิศวาสเกิดขึ้นก็ต้องมีวันสิ้นสุดลง คนตัวเล็กเอนพิงไหล่กว้างอย่างเหนื่อยอ่อน วาโยจูบกระหม่อมคนรักฟอดใหญ่แล้วเอื้อมมือไปโอบปฏิภาณไว้ให้เข้ามาข้างๆ กาย
“แฮ่กๆ ...วันนี้เซนทำให้พี่มีวามสุขมาก”
“แต่วันนี้เซนทำการบ้านไม่เสร็จเพราะพี่”
“เดี๋ยวพี่ช่วยทำน่า แต่ต้องให้รางวัลด้วยนะ!”
“งั้นเซนทำเองก็ได้” เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่มีทีท่าว่าจะยอมง้อเลยซักนิด วาโยจึงต้องใช้ไม้ตายโดยการพลิกขึ้นคร่อมคนตัวเล็กบนเตียงอีกครั้ง ดวงตากลมเบิกโพลงแล้วพยายามกระถดหนีด้วยอาการหวั่นๆ
“กลัวอะไร เมื่อกี้ไม่เห็นกลัวเลย”
“พี่เก่ง...เซนเหนื่อย เซนจะนอน”
“ต้องให้รางวัลพี่ก่อน”
“ไม่เอา” ปากเก่งไปอย่างนั้นเองแหละ ใจจริงเขาอยากจะจูบคนตรงหน้าด้วยซ้ำ “เออ..ก็ได้”
คนปากแข็งต้องยอมแพ้กับสายตาดุๆ ของวาโย ริมฝีปากสีส้มฉีกยิ้มกว่าแล้วหลับตาพริ้มรอให้ปฏิภาณเลื่อนใบหน้าเข้ามา สัมผัสหอมหวานที่คุ้นเคยแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากของวาโย แม้จะเป็นเพียงจูบสั้นๆ แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ปฏิภาณเขินอายได้
“นี่เซน...”
“ครับ?”
“จำเอาไว้นะ พี่รักเซนที่สุด”
“บ้า!” กำปั้นเล็กทุบเบาๆ ที่แผงอกล่ำ วาโยยึดข้อมือเรียวไว้แล้วจุมพิตเบาๆ
“แล้วเซนล่ะ...”
“ถะ...ถามอะไรเนี้ย!” ร่างเล็กมองค้อนๆ แล้วก้มหน้างุดอีกครั้ง วาโยพลิกตัวมานอนข้างๆ แล้วสบตาคนตัวเล็กนิ่ง
“ว่าไง รักพี่มั้ย?”
ปฏิภาณนิ่งไปนานจนร่างสูงเริ่มอารมณ์เสียอีกครั้ง วาโยหน้าหงิกทันทีแล้วเอื้อมมือไปคว้าเสื้อเชิ้ตมาติดประดุมและสวมกางเกงเร็วๆ ปฏิภาณที่นอนกึ่งนั่งอยู่บนเตียงก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที เมื่อเห็นว่าคนรักตั้งท่าจะออกไปแล้วคนตัวเล็กก็รีบวิ่งไปกอดวาโยจากด้านหลังทันที ใบหน้าหวานซบลงกับแผ่นหลังกว้าง
“เซนรักพี่เก่งนะ”
“...”
“พี่เก่งอย่าโกรธเซนนะ”
เสียงหวานเริ่มมีเสียงสะอื้นคลอเล็กน้อย วาโยกุมมือคนรักไว้แล้วหันหน้ามามองคนตัวเล็กที่เริ่มมีน้ำตาคลอๆ วาโยดึงคนตัวเล็กมากอดไว้แน่น มือเรียวลูบเรือนผมสั้นอย่างทะนุถนอม
“พี่ไม่โกรธเซนหรอก พี่แค่อยากรู้ว่าเซนรักพี่บ้างมั้ย?”
“...รักสิ รักมากๆ ฮึก..”
“เลิกขี้แยได้แล้วนะ” วาโยดึงคนตัวเล็กออกเบาๆ แล้วให้นิ้วเกลี่ยน้ำตาที่เปรอะเปื้อนอยู่บนใบหน้าหวาน
แม้ว่าความรักของทั้งคู่จะเต็มไปด้วยความแตกต่างในหลายๆ เรื่อง
แม้ว่าความรักครั้งนี้มันจะเต็มไปด้วยอุปสรรค
ทั้งคู่ก็ยังรักกัน... แล้วความรักของคุณล่ะ? เป็นแบบไหน

#1 By kwangbe on 2010-08-21 10:40